แมลงศัตรูสำคัญช่วงลำไยออกดอกถึงติดผลขนาดเล็ก1. หนอนกินดอกลำไย
หนอนกินดอกมีพืชอาหารหลายชนิดนอกจากดอกลำไยแล้วยังกัดกินดอกลิ้นจี่ เงาะ และมะม่วง หนอนมีสีน้ำตาลอ่อน หัวสีดำ เมื่อโตเต็มที่มีขนาดตัวยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หนอนสร้างเส้นใยดึงช่อดอกมาติดกัน แล้วกัดกินอยู่ภายในก่อนเข้าดักแด้หนอนถักเส้นใยยึดดอกแห้งปนกับขี้หนอนเป็นก้อนกลมห่อหุ้มดักแด้อยู่ภายใน
รูป หนอนกินดอกลำไย
รูป ดักแด้หนอนกินดอก ห่อหุ้มด้วยดอกและขี้หนอน (ซ้ายมือ) และ คราบดักแด้ (ขวามือ)
รูป ดักแด้หนอนกินดอก ห่อหุ้มด้วยดอกและขี้หนอน (ซ้ายมือ) และ คราบดักแด้ (ขวามือ)
ศัตรูธรรมชาติ ในสภาพธรรมชาติมีแมลงศัตรูคอยทำลายหนอนกินดอกหลายชนิด
- มดแดง
- แตนเบียน
- แมลงวันก้นขน
การป้องกันกำจัดถ้าพบหนอนเข้าทำลายดอกลำไยหนาแน่น พ่นสารเคมี เมทามิโดฟอส (ทามารอน 60% sc) อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ควรหลีกเลี่ยงการพ่นตอนดอกบาน
- มดแดง
- แตนเบียน
- แมลงวันก้นขน
การป้องกันกำจัดถ้าพบหนอนเข้าทำลายดอกลำไยหนาแน่น พ่นสารเคมี เมทามิโดฟอส (ทามารอน 60% sc) อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ควรหลีกเลี่ยงการพ่นตอนดอกบาน
2. ด้วงกินดอกลำไยด้วงหรือแมลงปีกแข็งกินดอกลำไยช่วงลำไยออกดอก พบด้วงปีกแข็งหลายชนิดกัดกินดอก และผลอ่อนทำให้ผลผลิตเสียหาย

การป้องกันกำจัด
ถ้ามีการระบาดฉีดพ่นด้วยคาร์บาริล (เซฟวิน 85% wp) อัตรา 45-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เฉพาะจุดที่พบแมลงเข้าทำลายหนาแน่น
ถ้ามีการระบาดฉีดพ่นด้วยคาร์บาริล (เซฟวิน 85% wp) อัตรา 45-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เฉพาะจุดที่พบแมลงเข้าทำลายหนาแน่น
3. เพลี้ยหอยหลังเต่า ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยอาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณช่อใบอ่อน ช่อดอก และผลลำไย โดยพบ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ตามบริเวณส่วนต่าง ๆ ขณะดูดกินจะขับถ่ายของเหลวคล้ายน้ำเชื่อม ทำให้เป็นแหล่งอาหารของราดำ และมด

การป้องกันกำจัด1. ตัดแต่งกิ่งหรือส่วนที่ถูกเพลี้ยหอยทำลายไปเผาหรือฝัง
2. ใช้สารเคมี ควรใช้ตั้งแต่ระยะที่ตัวอ่อนเริ่มฟักออกมาจากไข่ใหม่ๆ จนถึงระยะตัวอ่อนที่ 2 และ 3 เนื่องจากระยะเหล่านี้เป็นระยะที่อ่อนแอต่อสารเคมีมากที่สุด
3. ในกรณีที่พบเพลี้ยหอยเข้าทำลายในระดับไม่รุนแรงก็ควรที่จะเลือกใช้ปิโตรเลียมออยล์ ไวท์ออยล์ และสารสกัดจากพืช เช่น สมุนไพรลูกซัก และสะเดาบด ตามอัตราที่แนะนำ ก็สามารถควบคุมประชากรของเพลี้ยหอยได้ในระดับหนึ่ง
4. สารเคมีที่มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันกำจัดเพลี้ยหอยชนิดนี้ได้แก่ คาร์โบซัลแฟน อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร คาร์บาริล อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และไดเมทโธเอท อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร การพ่นสารเคมี ควรพ่นซ้ำอีก 1-2 ครั้ง เมื่อยังตรวจพบระยะตัวอ่อนของเพลี้ยหอย
2. ใช้สารเคมี ควรใช้ตั้งแต่ระยะที่ตัวอ่อนเริ่มฟักออกมาจากไข่ใหม่ๆ จนถึงระยะตัวอ่อนที่ 2 และ 3 เนื่องจากระยะเหล่านี้เป็นระยะที่อ่อนแอต่อสารเคมีมากที่สุด
3. ในกรณีที่พบเพลี้ยหอยเข้าทำลายในระดับไม่รุนแรงก็ควรที่จะเลือกใช้ปิโตรเลียมออยล์ ไวท์ออยล์ และสารสกัดจากพืช เช่น สมุนไพรลูกซัก และสะเดาบด ตามอัตราที่แนะนำ ก็สามารถควบคุมประชากรของเพลี้ยหอยได้ในระดับหนึ่ง
4. สารเคมีที่มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันกำจัดเพลี้ยหอยชนิดนี้ได้แก่ คาร์โบซัลแฟน อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร คาร์บาริล อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และไดเมทโธเอท อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร การพ่นสารเคมี ควรพ่นซ้ำอีก 1-2 ครั้ง เมื่อยังตรวจพบระยะตัวอ่อนของเพลี้ยหอย
4. มวนลำไยมวนลำไยหรือแมงแกง ทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอดอ่อน ก้านช่อดอกทำให้เหี่ยวแห้งและดูดกินน้ำเลี้ยงจากผลอ่อนทำให้ผลอ่อนแห้งและร่วง

การป้องกันกำจัดช่วงที่เป็นตัวอ่อนป้องกันกำจัดได้ผลดีกว่าตัวเต็มวัย ใช้สารเคมีแลมป์ดาไซฮาโลทริน (คาราเต้ 2.5% EC) อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือเฟนวาลีเลต (ซูมิไซดิน 20% EC) อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์บาริล (เซฟวิน 85% WP) อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
ท่านผู้อ่านท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อาจารย์จิรนันท์ เสนานาญ นักวิชาการเกษตร ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 053-873938-9 ในวันและเวลาราชการ
อาจารย์จิรนันท์ เสนานาญ นักวิชาการเกษตร ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 053-873938-9 ในวันและเวลาราชการ
รายงานโดย
ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 053-873938-9
ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 053-873938-9
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น